ก่อนอื่น ขอบอกเลยว่า เมื่อสักครู่ ดิชั้นได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการพิมพ์บล็อกครั้งนี้ แต่ยังไม่ทันได้เซฟ เครื่องดันแฮงค์ซะงั้น
โมโหมาก อยากเขวี้ยงคอมทิ้งแต่ทำไม่ได้
ใครรู้วิธีแก้ตอนคอมแฮงค์ช่วยบอกเราด้วยเถิด ไม่อยากให้วันที่เราทนไม่ไหวจนโยนคอมทิ้งต้องเกิดขึ้นจริง
เหตุเกิดจากเมลล์ที่ได้รับจากคนญี่ปุ่นที่รู้จัก (ต่อไปจะเรียกว่า "คุณเธอ" หรือ "เธอ") ว่า จะมาเมืองไทย ดิชั้นจึงเสนอว่า ถ้ายังไม่มีที่นอนมานอนค้างดิชั้นมั้ย เป็นอันว่าตกลง วันแรกที่มาถึงเมืองไทยจะมาขอค้างก่อน
ภาษาอังกฤษป่วยๆกับการเดินทางนอกประเทศเป็นครั้งแรกของคุณเธอ ทำเอาดิชั้นเป็นห่วงอย่างมาก คนอะไรช่างอาจหาญ
เนื่องด้วยวันพุธที่ 19 กันยายน ดิชั้นต้องทำมาหารับประทานถึง 18:30น. แต่คุณเธอจะมาถึงเมืองไทยเวลา 14:00น. ดิชั้นจึงขอร้องให้คุณเธอมาหาดิชั้นที่ทำงาน แล้วค่อยกลับบ้านด้วยกัน
ตอนแรก เพื่อนคนไทย (ต่อไปจะเรียกว่า "คุณเพื่อน") ที่จะขับรถมาทัวร์ให้บอกว่า จะมารับที่ทำงาน แต่เนื่องด้วยคุณเพื่อนเกิดติดภารกิจสำคัญกระทันหัน จึงไม่สามารถมารับได้ (ดีนะที่ติดงาน ถ้า"ติดผู้ชาย"จะต่อยให้)
ดิชั้นจึงพาคุณเธอผจญโลกกว้าง กลับบ้านด้วย รถไฟฟ้า ตามด้วย เรือข้ามฟาก และแท็กซี่ ก็กระเป๋าใบเท่าควายตัวย่อมๆ (ต่อไปจะเรียกว่า "น้องควาย") ขนาดนั้นคงไม่สามารถลากขึ้นรถเมล์ได้เป็นแน่ อีกทั้งฝนยังกระหน่ำ
แต่คุณเธอผู้นี้แล ที่ลากน้องควายไปเดินสยามแสควร์มาแล้ว (ระหว่างทางกลับบ้าน ยังอุตส่าห์บอกว่า ไปเดินเล่นสยามแสควร์มาแล้ว หันไปเห็นขนาดกระเป๋าแล้ว ทึ่งแดก)
หลังจากที่คุณเพื่อนเสร็จสิ้นภารกิจ คุณเพื่อนก็บึ่งรถ (ชื่อว่า "ไอ้ดำ") มาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ หลังจากกินดื่มสังสรรค์กันจนหนำใจแล้ว ก็ บรรทม
วันพฤหัสที่ 20 กันยายน
ออกเดินทางไปเมืองโบราณ
ตั้งใจว่าจะเริ่มออกเดินทางเวลา 9:00น. แต่ออกเดินทางจริงล่อเข้าไป 10โมง ด้วยคนญี่ปุ่น กว่าจะออกไปไหนได้ หัวต้องเนี้ยบ แม่เจ้า ทำผมเสร็จก็ใส่หมวกทับ จะทำทำไม แต่ไม่เป็นไร เร็วกว่าที่คาดการไว้ตั้งครึ่งชั่วโมง
เนื่องด้วยเหล่าเราก็ไม่ใช่คนแถวนั้น เลยมีงงทางกันเล็กน้อย ไม่ได้หลงนะ แค่ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน แต่ไม่ได้หลง จริงๆ
มองป้ายบ้าง ถามคนในท้องถิ่นตามทางมาเรื่อยๆบ้าง ในที่สุดก็ถึง
ค่าเข้า คนไทย 100 บาท (ตั๋วสีสันสดใสงดงาม) คนต่างชาติ 300 บาท (ตั๋วสีส้มซีดๆ)
มันอะไรกันนักกันหนา ทำไมคนต่างชาติต้องจ่ายแพงกว่าด้วย คนต่างชาติเค้าอยากมาดูวัฒนธรรมไทยๆเนี่ย จะหวงไว้ทำไมเหรอ ถ้าไม่อยากให้เค้าดูก็ไม่ต้องให้เค้าเข้าไปเลยมั้ย เสียความรู้สึกมาก อยุติธรรมอย่างแรง
ค่าเอารถเข้า 50 บาท
เดินบ้าง นั่งรถบ้าง มั่วซั่วไปเรื่อยๆ เชื่อเลยว่าดูไม่ครบ แต่ก็สุขใจ เห็นของไทยๆสวยๆแล้วมันภูมิใจ
จนบ่ายได้ถึงจะออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าเข้ากรุง สู่วัดพระแก้ว
แต่ขอแวะ ช้างเอราวัณ ก่อน ไม่ได้เข้าไปในตัวช้างหรอก ค่าเข้าข้างในคนละ 150 บาท มีเป็นรอบๆ แต่ละรอบห่างกันครึ่งชั่วโมง มีไกด์แนะนำไปตลอด แต่ถ้าไม่เข้า อยู่บูชาข้างนอกคนละ 50 บาท ก็ถ่ายรูปกันไป
เอาล่ะ เข้ากรุงจริงๆละ กว่าจะแถไปถึงก็นะ รถติด เป็นเรื่องธรรมชาติ
กะจะเนียนไปจอดรถในมหาลัยซะหน่อย คุณยามใจร้ายไม่ให้จอด เลยต้องไปจอดที่เสียตัง ชัวโมงละ 30 บาท
ไปถึงแถวท่าพระจันทร์ก็บ่าย 3 เข้าไปแล้วเลยกินข้าวกันก่อน หลังจากกินข้าวเสร็จก็เดินทางสู่วัดพระแก้วด้วยใจหวั่นๆ เพราะเท่าที่จำได้ วัดพระแก้วปิดเร็วมาก
และมันก็เป็นจริง ไปไม่ทัน คลาดไป 15 นาทีได้ เซ็งเล็กน้อย นั่งตุ๊กๆไปวัดโพธิ์แทนก็ได้ เชอะ หยิ่งนัก ไม่เป็นไร ไว้วันที่ 25 ค่อยพามาใหม่
แล้วก็ข้ามเรือไปวัดอรุณ ปีนขึ้นพระปรางค์ด้วย น่ากลัวมาก แต่พอขึ้นไปถึงแล้ว ลมเย็นๆพัดเอื่อยๆ สบาย วิวสวยด้วย ขอบอก
ว่าขาขึ้นน่ากลัวแล้ว ขาลงน่ากลัวกว่า ถ้าตกลงไป ไม่ขาก็คอต้องมีอันเป็นไปแน่นอน
วัดโพธิ์ ค่าเข้า คนไทย ฟรี ต่างชาติ 50 บาท
วัดอรุณ ค่าเข้า คนไทย ฟรี ต่างชาติ 50 บาท
แล้วก็ไปส่งคุณเธอที่หัวลำโพง เพื่อเดินทางไปอยุธยาต่อ โดยลำพัง
ไม่ได้คิดจะปล่อยเกาะเธอหรอกนะ แต่พอดีคุณเธออยากนั่งรถไปจากอยุธยาไปเชียงใหม่ต่อ เลยขอมาศึกษาไว้ก่อน
ตอนส่งเข้าชานชาลา เป็นห่วงสุดๆเลย กลัวจะโดนหลอก กลัวจะโดนลากไปทำอะไร ยิ่งดูเซื่องๆอยู่
ความรู้สึกเหมือน ส่งลูกไปเข้าค่ายนอกสถานที่ โอ้ ลูกเรายืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้แล้ว น่า ให้เบอร์ไปแล้ว ถ้ามีไรคุณเธอคงโทรมาเองแหละ
เนื่องจากดิชั้นได้รับโทรศัพท์จากร้านหนังสือว่าหนังสือเข้าแล้ว จึงขอร้องคุณเพื่อนให้แวะไปเซ็นทรัลเวิลด์ก่อน หลังจากรับของเป็นที่เรียบร้อยก็ รับประทาน อีกแล้ว กินร้านเดิม เมนูเดิม ไม่เบื่อบ้างรึไง
แต่ ขอบใจนะ ไปตะลอนๆด้วยกัน ขับรถให้ทุกวัน ขอบใจจริงๆ ซึ้งว่ะ เพื่อนสุดประเสริฐ มีไรบอกได้นะเว้ย ไม่ไหวก็บอกกัน อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพราะกู เพราะถ้ามึงต้องเดือดร้อนหรือไม่สบายเพราะกู กูคงไม่กล้าไปไหนมาไหนกับมึงอีกแล้วนะเว้ย
ไว้จะไปดูมึงนะ ไว้คราวหลังไปเที่ยวด้วยกันอีก เป็นไง?
คุณเธอบอกไว้ว่าจะกลับกรุงเทพวันจันทร์ คงต้องฝากไว้กับคุณเพื่อนก่อน แล้วค่อยไปร่อนต่อหลังเลิกงาน ไว้จะเอามาเล่าให้ฟังอีก
ต่อไปก็ดูรูปกันไป
ไม่มีรูปที่เมืองโบราณ พอดีถ่ายมาแต่ภาพวาดฝาผนัง ไม่ได้ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมมาเลย แหม "ความทรงจำ เค้าจำกันที่ใจ ไม่ใช่ที่เมมโมรี่การ์ด" นะ โอ้ เสี่ยวแดก
รูปถ่ายรวมหรือถ่ายด้วยกันก็ไม่มี ถ่ายด้วยกันทีไร จะเหมือนมีหมอกมาบังๆอยู่ข้างหน้าตลอดเลย เลยเอามาลงไม่ได้ (ไม่ใช่ละ นั่นมันเขย่าขวัญวันเสาร์เสาร์เกินไปละ)

ช้างเอราวัณ พระจอร์จเจ้า ใหญ่โตมโหระทึกอะไรได้ขนาดนั้นก็ไม่รู้

ถ่ายจากพระปรางค์วัดอรุณ อันนี้ถ่ายไปทางแผ่นดิน

อันนี้ถ่ายไปทางสายน้ำ
มุมตอบคอมเมนท์
เมย์ - เป็นเพราะเมย์แท้ๆ เลยโพสเพลงได้ ขอบคุณมากนะ // โธ่ ไปซะละ ยังไม่ได้มากินติมเลย กลับมาเมื่อไรห่มาเจอกันอีกนะ
จ๊อย - ก็ชอบเพลงแบบเนี้ย ชอบที่มันมีกลิ่นแบบเพลงญี่ปุ่นแฝงอยู่ // หนีไปกินราเมงกัน ไม่ชวนกู จำไว้เลยนะมึง // มีไรเล่าให้ฟังบ้างนะ กิ๊บก๊าบ กูเล่าของกูไปเยอะละ เล่าของมึงให้กูฟังบ้าง แล้วไปเสม็ดกัน กูชวนมันละ มันบอกว่าถ้าไปได้จะขับรถไปให้ เออ ไว้ค่อยโทรคุยกัน
อ้อม - เข้ามาก็งง อะไรของแก
อาย - ป่านนี้ก็หายปวดแล้วล่ะ ตอนนี้ปวดขาแทน
