2007/Jul/14

เวลาผ่านไป........ 1 ปีแล้ว ตั้งแต่ไปทำใบขับขี่มาเมื่อปีที่แล้ว จนไปต่ออายุใบขับขี่มาเมื่อเช้า
1 ปีที่ผ่านมา......... ไม่ได้จับพวงมาลัยรถเลยครับ

ประสบการณ์การไปต่ออายุใบขับขี่
.
.
.
บ้านเราอยู่ที่ถนนประชาอุทิศ เขตราษฎร์บูรณะ
ตอนไปทำใบขับขี่ เราไปทำที่กรมขนส่งเขตหัวกระบือ เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงรอยหยักในสมอง กระบือน่ะ เหมาะแล้ว
พอจะไปต่ออายุใบขับขี่ ก็เลยไปทำที่เดิม

วันที่...เท่าไหร่ก็ไม่รู้จำไม่ได้ ของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
มีหมูป่าตัวนึง ตั้งใจว่าจะไปต่ออายุใบขับขี่ตอนเช้า แล้วตอนบ่ายค่อยไปทำงาน
คืนก่อนหน้านั้น มันได้ลองหาข้อมูลในเนทว่าต้องเอาเอกสารอะไรไปบ้าง
เมื่อมันคิดว่ามันเตรียมเอกสารในการต่ออายุไปครบเรียบร้อยแล้ว มันก็เข้านอนด้วยความสบายใจ
เช้าวันต่อมา หลังจากที่มันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว มันก็ออกจากบ้านด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เรียกแท็กซี่ไปขนส่งเขตหัวกระบือทันที...ประมาณ 100 บาท
(บอกไว้ก่อน เผื่อใครไม่รู้จัก...ขนส่งหัวกระบือ...อยู่ในซอยซอยนึงที่ยาวมากๆ รถเยอะมากๆ รถติดมากๆ เนื่องด้วย ถนนห่วย เป็นหลุมเป็นบ่อ ทำถนนตลอดทาง ถนนเป็นดินแดง มีน้ำขังตลอดเวลาแม้ฝนจะไม่ตก แล้วคิดดูถ้าฝนตกจะขนาดไหน)
เมื่อไปถึงที่ มันก็ต้องตกใจด้วยปริมาณของผู้คน แต่มันก็ไม่หวั่น มุ่งหน้าไปต่ออายุใบขับขี่ด้วยใจมุ่งมั่น
หมูป่า : มาต่ออายุใบขับขี่ค่ะ
พี่พนักงาน : เอาใบรับรองแพทย์มาด้วยรึเปล่าค่ะ
หมูป่ายืนอึ้ง อ้าปากค้างเป็นเวลานาน 30 วินาทีได้ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
หมูป่า : ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยเหรอค่ะ
พี่พนักงาน : ค่ะ ในซอยนี้มีคลินิกอยู่ ไปทำได้เลยนะคะ
หมูป่าหันไปเห็นแผ่นกระดาษที่แปะไว้ข้างๆ
หลักฐานการต่ออายุใบขับขี่
1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาทะเบียนบ้าน
3. ใบขับขี่ใบเก่า
4. รูปถ่าย 1 นิ้ว 2รูป (ไม่เกิน 6 เดือน)
5. ใบรับรองแพทย์
แต่หมูป่าเกรงว่าถ้าไปทำใบรับรองแพทย์ก่อน แล้วกลับมาต่ออายุอีก จะไปทำงานไม่ทัน จึงตัดสินใจเอาไบคำร้องมาแทน แล้วมุ่งหน้าไปที่ทำงาน ด้วยแท็กซี่ เรียกแท็กซี่กลางสายฝนโปรย กว่าจะขโยกออกมาจากซอยเน่าๆนั้นได้ กว่าจะไถลไปถึงเว็นทรัลเวิลด์ได้ หมดไปอีก 200 บาท
300 บาท เพื่อแผ่นเขียนใบคำร้อง 3 ใบ (เค้าให้ใช้แค่คนละใบ แต่เอามาเผื่อไว้ก่อน เผื่อใช้ทดเลข)
พลาดไปแล้ว

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
หมูป่าตัวเดิม เดินทางไปทำใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน
"คราวนี้ล่ะ จะได้ใบขับขี่ใบใหม่ซะที" มันคิด

วันอังคารที่ 10 กรกฏาคม
หลังเลิกงาน หมูป่าเดินหาร้านถ่ายรูปเพื่อนำไปใช้ในการต่ออายุ
ตอนแรก มันกะว่าจะใช้ของเก่าที่ถ่ายไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้วมาใช้ แต่รูปในบัตรใบเก่าก็ใช้รูปนี้ เกรงว่าเค้าจะจับได้แล้วไม่ยอมให้ทำ ขี้เกียจไปอีกรอบ เลยตัดสินใจถ่ายใหม่
ทางร้านถามว่า "จะเอาขนาดไหน" หมูป่าจำได้ลางๆว่าต้องใช้รูป 1 นิ้ว มันจึงถ่ายขนาด 1 นิ้ว (2.5 x 3 cm.) มา
แต่มันก็ขาดความมั่นใจอีกครั้ง เมื่อมันเอาใบคำร้องมาเขียนในคืนก่อนวันที่มันจะไปต่ออายุ เพราะต้องส่วนที่ให้เลือกว่านำเอกสารอะไรมาขอในการต่ออายุบ้าง ไม่มีขนาดของรูปถ่ายที่มันถ่ายมาอยู่เลย ขนาดเล็กที่สุด คือขนาดที่มันถ่ายไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้วนั่นเอง
มันตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน จะให้ตื่นแต่เช้าไปถ่ายรูปมันก็ไม่เอาด้วยแน่ๆ เพราะมันถือคติที่ว่า "เสียตังมากเท่าไหร่ไม่ว่า ขอข้าได้นอนเยอะๆไว้ก่อนเป็นพอ"

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม (ศุกร์สยอง สยองจริงๆ ร้อนขนาดนี้ ไม่สยองไม่ได้แล้ว)
เนื่องจากใบขับขี่ของเด็จพ่อของหมูป่าเยินเกินรับได้ เด็จพ่อจึงอาสาขับรถไปขนส่งด้วยกัน แต่คราวนี้ 2 พ่อลูกไม่ได้ไปตะลุยแดนนรกสู่หัวกระบือ แต่พวกมันมุ่งหน้าสู่ขนส่งเขตพระประแดงแทน
เมื่อไปถึงที่ หมูป่าได้แต่สงสัย "การขนส่งอยู่ไหนกัน" เด็จพ่อชี้ "นั่นไง" ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือตึกห้องแถวขนาด 3 ห้องติด "นั่นหรือคือการขนส่ง"
ผู้คนบางตา ลมพัดเย็นสบาย หมูป่าเดินไปที่ประชาสัมพันธ์
หมูป่า : มาต่ออายุใบขับขี่ค่ะ
พี่พนักงาน : ขอใบขับขี่ใบเก่าหน่อย
หมูป่ายื่นให้
พี่พนักงาน : รูปด้วย 1 นิ้ว 2 ใบ
หมูป่ายื่นให้ทั้ง 2 แบบ แล้วเค้าก็เลือกเอาแบบรูปเล็กที่หมูป่าเพิ่งถ่ายใหม่มาไปใช้ (แล้วทำไมในใบเขียนคำร้องไม่มีขนาดนั้นวะ)
พี่พนักงาน : มใบรับรองแพทย์มั้ย
ว่าแล้ว หมูป่าจึงตัดสินใจยื่นเอกสารทั้งหมดที่เตรียมมาให้พี่พนักงานไป ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ทุกสิ่งอย่างที่มันเตรียมมา
พี่พนักงาน : ไอ้นี่ไม่ใช้ (สำเนาบัตรประชาชน) ไอ้นี่ก็ไม่ต้อง (สำเนาทะเบียนบ้าน)
พี่พนักงานเอาแต่ข้อ 3 - 5 ไป แล้วไหงต้องมีข้อ 1 กับข้อ 2 ด้วย
ทำไมนานก็เสร็จ นั่งอ่านหนังสือยังไม่ทันไรก็โดนเรียกไปเก็บเงิน 505 บาทถ้วน
นั่งรอต่อสักพัก ก็ได้ใบขับขี่ใหม่มา อีก 6 ปีหมดอายุ
หวังว่าภายใน 6 ปีนี้ คงจะมีโอกาสได้จับรถกะเค้าบ้าง

เห็นคนขับรถเก่งๆก็อิจฉา อยากมีรถขับกะเค้าบ้าง แต่ถ้าเอาแต่ซื้อซีดีเป็นว่าเล่นอย่างงี้ คาดว่าคงอีกนาน กว่าจะมีตังไปซื้อรถกะเค้าได้
ถ้ายังไง ใครขับรถเป็น ก็มารับหมูป่าไปเที่ยวด้วยนะคะ
จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคมที่ผ่านมา ดิชั้น ได้มีโอกาสไปดูหนังมา "Harry Potter and the Order of the Phoenix"
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะวันนั้นง่วง เนื่องจากนอนวันละ 3 ชั่วโมงติดกันมา 2 วัน หรือเป็นเพราะตัวหนังเอง
ไม่ค่อยสนุกเอาซะเลย ดำเนินเรื่องเร็วมากๆ เข้าใจว่าหนังสือเป็นร้อยหน้าขนาดนั้น ไม่สามารถยัดเข้าไปอยู่ในหนังที่ยาวแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งได้ แต่...ดำเนินเรื่องเร็วขนาดนี้ เกรงว่าคนที่ไม่รู้เรื่องจะไม่เข้าใจ แถมยังตัดภาพเร็วมากๆ ปวดหัวแสบตาไปหมดเลย
วันอาทิตย์นี้จะไปดูกับแม่ ขอแก้ตัวใหม่ จะไม่ง่วง เผื่อจะดูรู้เรื่องขึ้น
อยากไปดูที่ IMAX จังเลย
อยากอ่านเล่ม 7 เร็วๆจังเลย ขอเป็นภาษาไทยนะ แหะๆๆๆ
ไว้ไปดูอีกรอบแล้วจะมาเล่าใหม่
ขอจบบล็อกคราวนี้แต่เพียงเท่านี้ เชิญพบกับช่วงต่อไปของรายการ

มุมตอบคอมเมนท์
อี๊ด - เค้าบอกว่าไปตอนหน้าหนาวสวยกว่า แต่ต้องทำใจนิดนึง เพราะคนจะเยอะมาก อาจจะหาที่ถ่ายแบบไม่ติดคนอื่นมาได้ยากกว่า
เมย์ - ก็ถ้าไม่ได้ไปไหนก็ไม่มีอะไรมาเล่าให้ฟังน่ะสิ เลยมีแต่เรื่องไปเที่ยวไง // ดูทีวีมากๆระวังตาเสียนะ // วันนั้นไปก็ไม่ได้เจอ มีมารมาขวางกั้นความรักของเราสอง ไม่เป็นไร ครั้งหน้ายังมี ยังไงก็ต้องไปร้านเราก่อนไปอยู่แล้วใช่ม้า ใช่ม้า ใช่ม้า
อ้อม - เพลงใหม่ของ 12012 ฟังแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูเลย ไว้จะหาโอกาสไปดูให้ได้ สัญญา เพราะไงเราก็แอบชอบวาตารุอยู่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ // มีงานเมื่อไหร่บอกก่อนด้วยล่ะ จะได้เจอกันสักที
จ่อย - เท่าที่จำได้ รู้สึกแรกก็ก็กะจะเล่าละเอียดเหมือนกัน แต่พอดีเป็นคนความจำสั้น เลยใช้วิธีจดเป็นคล้ายๆบันทึกประจำวันมาจากเชียงรายแล้ว แล้วพอดีว่าวันหลังๆมันอารมณ์เสียไง เลยไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนเท่าไหร่ มันก็เลยออกมาสั้นกุดจุ๊ดจู๋เยี่ยงนี้แล // ไปร้านเราแล้วเราไม่อยู่ไม่เป็นไร แกก็ไม่ได้ไปหาเราอยู่แล้วนี่ นะ // คราวนี้ยาวด้วยตัวอักษรสมใจยัง?
อาย - มีไรโทรมาคุยได้ อยู่ร้านบางทีเราก็ไม่กล้าไปคุยมากหรอก ถ้ามีลูกค้าก็คุยไม่ได้ใช่ม้า ไว้วันหลังไปเท่ยวเล่น นั่งคุยกัยชิลๆดีกว่าเนอะ // ไม่ได้ว่าสักหน่อย ถ้าว่านะ แรงกว่านั้นเยอะ ทำใจไว้ด้วยละกัน

2007/Jun/19

ขอประทานอภัยทุกๆท่านที่คอยติดตามเรามาตลอด (มีมั้ย)
การที่เราห่างหายไปนานนั้น สาเหตุเนื่องมาจาก ทำงาน ไม่ได้ไปไหน เลยไม่มีเรื่องที่น่าสนใจพอจะมาเล่าให้ใครต่อใครได้ฟัง ยิ่งรวมความขี้เกียจอันเป็นโรคประจำตัวของเราเข้าไปด้วยแล้ว
เพื่อเป็นการไถ่โทษจากการห่างหายไปนานถึง 2 เดือน เราจึงนำภาพดอกไม้มาให้ดู

เหตุเนื่องจาก
ไปเชียงรายมา
น้องสาวเราเรียนอยู่ที่ม.แม่ฟ้าหลวงที่เชียงราย ตอนนี้อยู่ปี 2 แล้ว แต่นี่เป็นการเดินทางไปเยี่ยมน้องเป็นครั้งแรกของเรา
ตื่นเต้นๆ

วันพฤหัสที่ 14 มิถุนายน
ไปทำงานแต่เช้าเหมือนเดิม แต่รีบออกจากที่ทำงานตั้งแต่บ่าย 2 ครึ่ง เพื่อจะไปให้ถึงดอนเมืองทันขึ้นเครื่องบินเที่ยว 5 โมง สรุป ไปถึงดอนเมือง...ยังไม่ 4 โมงเลย
เดินทางคนเดียวอีกแล้ว กระเป๋าหนักมาก แต่ขี้เกียจรอกระเป๋าเลยตัดสินใจไม่โหลดลงใต้เครื่อง จะว่าคิดผิดก็...แต่ก็ดีใจที่ไม่ได้โหลด ไม่งั้นเบื่อตาย
แม่ไปก่อนแล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน
น้องแมวที่บ้านก็ฝากให้พ่อดูแลกันไป
ในตั๋วเครื่องบอกจะออก 5 โมงเย็น แต่เราคาดว่า 5 โมงคงรวมเวลาวอร์มเครื่องด้วย เพราะตอนเครื่องขึ้นแล้ว รู้สึกว่าได้นอนนิดเดียวก็โดนปลุกด้วย "รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ"
ไม่เข้าใจเลย ก็เห็นๆอยู่ว่าคนนอนอยู่อ่ะ คนนอนอยู่เค้าไม่กินน้ำกันหรอกเว้ย
เครื่องลงจอดที่เชียงรายในเวลาประมาณ 6 โมงครึ่ง แม่เจ้า ใช้เวลาเดินทางจาก กรุงเทพฯ ถึง เชียงราย ยังเร็วกว่าจากบ้านชั้นไปดอนเมืองซะอีกนะเนี่ย
โชคดีที่มีลูกพี่ลูกน้องอีกคนเรียนที่เชียงรายเหมือนกัน รายนั้นมีรถ มันเลยพาไปเที่ยวร่อนได้
แต่บอกตรงๆ ทริปนี้ เน้นที่การกินเหลือเกิน เดี๋ยวก็ไปกินร้านโน้นร้านนี้ อ้วนขึ้นอีกแล้ว

ถึงเชียงรายก็ไปกินข้าวเย็น แล้วก็กลับไปนอนที่หอน้อง เป็นอันจบวัน
ได้กินขากบผัดพริกไทยดำด้วย ขาใหญ่มากๆ อร่อยใช้ได้ค่ะ

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน (ใบขับขี่หมดอายุ......ทั้งๆที่ยังไม่ได้ขับเลยตลอด 1 ปี)
แม่ตกลงกับลูกพี่ลูกน้องว่าวันนี้ไม่ไปไหนเพราะแม่จะทำความสะอาดห้องน้อง หญิงแม่ไปเชียงรายเดือนเว้นเดือนเห็นจะได้ แต่ไอ้ดำนี่มันไม่เคยไปนะเว้ย กูอยากไปเที่ยวอ่ะ แต่...ขัดบัญชาไม่ได้
ตื่นตั้งกะ 6 โมงกว่าๆ เพราะน้องสาวมีเรียนเช้า แม่ก็ตื่น แล้วก็บ่นๆๆๆๆๆๆๆ อิชั้นก็เลยข่มตาหลับไม่ลง นอนเล่นบ้างนอนจริงบ้างในห้องยันเย็น แล้วก็ออกไปกินข้าวเย็นริมฝั่งปิง แล้วก็ไปต่อที่ ไนท์ บาร์ซาร์
ไม่ใหญ่ขนาดที่กรุงเทพฯหรือเชียงราย ของก็ซ้ำๆกัน แต่ก็มีของที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพฯด้วย
ไนท์ บาร์ซาร์ที่นั่น เค้าไม่ได้มีวงดนตรีมาแหกปากร้องเพลง แต่เค้ามีโชว์ฟ้อนรำค่ะ สุดยอด งาม ชดช้อย อยากดูนานๆ
แล้วก็ตลาดผลไม้ต่อ ซื้อลิ้นจี่ อร่อยมาก แพงด้วย อื้ม...

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน
สายๆ ไปเที่ยวดอยตุง กินข้าวบนนั้น
ค่าบัตรรวมดูได้ 3 ที่ (สวนดอกไม้, พระตำหนัก, หอพระประวัติ) 150 บาท
ดอกไม้เริ่มบานบ้างแล้ว อาจไม่สวยเท่าตอนหน้าหนาว แต่ก็ยังดีกว่ามาเดินเบียดกับคนอื่นเค้าตอนหน้าหนาวล่ะนะ น้องบอกว่า หน้าหนาวนี่ไม่ต้องคิดเลยว่าจะได้ถ่ายรูปสวยๆ เพราะคนมันเยอะมาก เราถ่ายรูปของเราแต่มีคนอื่นติดมาด้วย ชัวร์
รักสมเด็จย่าจังเลย
บ่ายๆ ขาลง ฝนตกหนักมากๆ ลงมาหาของกิน(อีกแล้ว) ข้าวฟืนทอด ทำจากถั่วเหลือง กินกับน้ำจิ้มก็ได้ ไม่จิ้มก็อร่อยดี
คนขายใจดี ให้เราทำนำจิ้ม แต่เปรี้ยวเกิน เค้าเลยต้องปรุงใหม่เอง(อยู่ดี)
ตอนเย็นเข้าเมืองกินสเต๊ก
กลับห้องนอน

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน (จำใจจากจร)
เครื่องออกเกือบเที่ยง แม่ปลุกตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง เพื่อ.........
มาพบเจอกับโลกแห่งความจริงตอนบ่าย
ฝนไม่ตก แดดจ้า สมเป็นกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรจริงๆ

อยากไปเชียงรายอีกจัง
ชอบบรรยากาศ ชอบผู้คน ชอบภาษาเหนือ ชอบความสงบ
ให้ไปอยู่คงไม่เอา แต่ให้ไปเที่ยวเป็นเดือน โอเคแน่ๆ
คราวหน้าอยากขับรถไปเอง อยากแวะที่ๆอยากแวะแบบกระทันหัน เจอไรข้างทางอยากแวะดู จอดเลย
(อดกินหนังควายจี่เลย)

กรุงเทพฯจากมุมสูง

ล่องลอยอยู่ในหมู่เมฆา

เชียงรายจากมุมสูง

ทิวทัศน์จากห้องน้องสาว โอบล้อมด้วยภูเขา มหาลัยมันก็อยู่บนเขา อากาศดี แดดแรง แต่ลมเย็น

กินข้าวเย็น มองพระอาทิตย์ตกดิน ริมฝั่งปิง


Doi-Tung zone

ดอกชบา (ใช่มั้ย)

ดอกรักเร่ (อันนี้เชื่อถือได้ เจ้าหน้าที่เค้าบอกมา)

อันนี้.........ดอกไม้

นี่ ดอกไม้เหลืองๆเต็มเลย

ดอกหน้าวัว (เนอะ)

ตรงนี้เป็นจุดถ่ายรูปเลย

อีกมุมนึง เห็นพระตำหนักอยู่ไกลๆด้วย

เอาไปอีกมุม

ชบาอีกแล้ว ดอกใหญ่มาก ขอบอก

มีนางแบบหน้าบานมายืนยันด้วย (น้องสาวเราเอง)

อันนี้...เอ่อ...ต้น....ต้นไม้

ส่วนนี้อยู่หน้าพระตำหนัก

นี่ถ่ายจากบริเวณพระตำหนัก แต่เป็นด้านนอก ด้านในเค้าไม่ให้ถ่าย เห็นทั้งเมืองเชียงรายแน่เลย


คราวนี้มาอัพซะยาว คราวหน้ากว่าจะได้เจอกันคงอีกนานตามเคย ไว้มีเรื่องอะไรจะมาเล่าให้ดูกันอีกละกันนะ อย่าเพิ่งเบื่อรอเราซะก่อนล่ะ
อย่าทิ้งกันนะ เค้าเหงา(ใจ)อ่ะ อยากหาใครสักคนมาโอบกอดให้หัวใจอบอุ่นจังเลย วี้ดวิ้วๆ

ขอบคุณที่อ่านเรื่องไร้สาระของเราจนจบ
เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ

มุมตอบคอมเมนท์
ดาวถัดมา - ต่างจังหวัดเค้าไม่รีบเร่งเหมือนคนกรุง ชีวิตเค้าเลยดูสบายๆ น่าอิจฉาจังเลย
เมย์ - เราก็ชอบนั่งรถไฟ อยากนั่งรถไฟไปเชียงรายเหมือนกัน แต่ต้องลงที่เชียงใหม่ก่อน แล้วต่อรถทัวร์ไปเชียงรายต่อ คาดว่าคงถึงเชียงรายตอนเที่ยงคืนแน่ๆ
อ้อม - ชั้นชอบป่านี่นา ชอบต้นไม้น่ะ มันร่มรื่นดี // ไปทะเลมาเป็นไงบ้าง ไม่เอามาเล่าให้ฟังเลยนะ
ageha - ได้ไปเที่ยวพักผ่อนบ้างมันก็มีความสุขดีเนอะ // เราก็จอมหลงทาง แต่เราคิดว่าการหลงทางเนี่ยเป็นเรื่องดีนะ มันจะทำให้เราได้เห็นได้เจออะไรที่เราไม่มีโอกาสได้เห็นได้เจอถ้าเรามัวแต่เหยียบรอยเท้าเดิมๆของตัวเอง
จ๊อย - จะไปเที่ยวไหนก็มาชวนสิ ถ้าไปได้ก็ไปด้วยแน่ๆอยู่แล้ว ก่อนอื่นให้พ่อแกอนุมัติก่อน // จะไปร้านเมื่อไหร่โทรมาเช็คกูก่อนนะเว้ย ไม่งั้นมึงเจอเซอร์ไพรส์แน่
ส้ม - ไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ เกาหลี...เราไม่มักจริงๆว่ะ ให้ฟังก็พอฟังได้หรอก แต่ใครเป็นใครนี่ไม่สามารถจริงๆ แยกไม่ออกอ่ะ คนในวงเดียวกัน คนละวงกัน วงไหนเป็นคนไหนดูไม่ออกเลย
กนกธร - คราวที่แล้วทะเล คราวนี้ภูเขาครับ

2007/Apr/08

ไปเที่ยวทะเลมา

วันพฤหัสที่ 5 เมษายน ออกจากบ้านตั้งแต่ 8 โมงเช้า (จริงๆตั้งใจว่าจะออกกันมาตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง แต่ต้องมีอาการสายเล็กน้อยตามประสาชาวไทย) นั่งรถไปเรื่อยๆ สามสีร้องในช่วงแรกเล็กน้อย มันคงกลัวเราเอาไปปล่อย ต้องคอยนั่งลูบหัวลูบตัวมันไป นานๆไปมันคงเหนื่อยเลยเงียบไป แล้วก็มาแหกปากอีกทีตอนถึงเพชรบุรี แค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงเพชรบุรีแล้ว ไม่น่าเชื่อ แวะตลาดเพชรบุรี ถิ่นเก่าพ่อ เอาสามสีไปฝากร้านญาติพ่อ แล้วก็ไปซื้อของกินกัน ร้อนอย่างที่คิด ดีที่ใส่เสื้อแขนสั้นกางเกงก็ขาสั้น เอาให้ดำเมี่ยมกันไปเลยเอาสิ
ซื้อของเสร็จไปลืมไปรับสามสีไปด้วยกันต่อ หลงทางเล็กน้อยให้พอตื่นเต้น แม่บ่นน่ารำคาญ เราก็ได้แต่พูดว่า "ถึงหลงยังไงก็หลงอยู่ในประเทศไทยนี่แหละ ไม่ไปไหนไกลหรอก" และแล้วก็ไปถึงที่พัก ยังไม่เที่ยงเลย ทำเวลาสุดฤทธิ์
จริงๆแล้ว เราไม่ชอบทะเลเอาซะเลย นี่ถ้าไม่ไปกันทั้งครอบครัวก็คงขอบาย แต่ถึงจะไปกันทั้งครอบครัวก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ ไปทีไรพ่อกับแม่ต้องเถียงกันได้ทุกทีสิน่า คราวนี้ก็เถียงกันอีกจนได้ แต่เพราะที่พักดีได้ใจเลยสนุก ไปทะเลครั้งนี้สนุกมากที่สุดเท่าที่จำความได้เลย
ไม่ชอบทะเลเพราะ แดดร้อน เหนียวตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอขึ้นจากทะเล เปรอะๆทราย ล้างเท้าแล้วก็ยังมีเปื้อนที่รองเท้า ล้างรองเท้ารองเท้าก็เปียก กว่าจะเดินขึ้นไปถึงห้องพัก น่ารำคาญจะตาย
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่อย่างงั้น มาทะเลคราวนี้ที่พักได้ใจเป็นอย่างมาก ตอนแรกพ่อบอกว่าจะไปพักที่ "โรงแรมสายลม" ที่เดียวที่เดิม แต่บอกเค้าว่า "ขอพักแบบที่เป็นบ้านติดชายหาดได้มั้ย" แล้วพ่อก็หาให้ได้ ประทับใจมากๆ
"ภาวิดา" เป็นที่พักคล้ายๆรีสอร์ท แต่ไม่หรูขนาดนั้น มีบ้านแบบหลังเล็กๆ เตียงคู่ ห้องน้ำในตัวประมาณ 5 หลัง แล้วก็บ้านแบบ 2 ชั้น ห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง ห้องนอนเตียงคู่ 2 ห้องอยู่ชั้นบน มีระเบียงลมกรรโชก แล้วบ้านก็ติดชายหาดเลย ลงบันไดบ้านไปก็เจอชายหาดเลย บรรยากาศดี คนดูแลก็อัธยาศัยดี น่ารัก แต่มีข้อเสียอยู่อย่าง คือ เค้าปลูกบ้านออกไปในชายหาดมากไปหน่อย พอน้ำขึ้นก็ขึ้นมาถึงบันไดเลย ตอนกลางคืนเข้าเลยต้องปิดประตูไม่ให้ลงไปเล่นน้ำ ไอ้เรากะจะเดินอาบแสงจันทร์เพิ่มพลังชีวิตซะหน่อย อดเลย
ข้อเสียอีกอย่าง คือ มด ยุง และ แมลงสาบ มดไม่เท่าไหร่มันแค่มาหาไรกิน ยุงก็ไม่เท่าไหร่มันแค่มาหาอะไรกินเหมือนกัน แต่ต่างจากมดตรงที่มันเสือกมากินเลือดเรานี่สิ ดีที่เอายาหม่องไป จากประสบการณ์การไปทะเลที่ผ่านมา ยุงทะเลน่ากลัวมาก ตัวใหญ่ กัดเจ็บ คนที่น้ำเหลืองไม่ดีอย่างเราก็ต้องมีการป้องกันไว้บ้าง แต่ไอ้แมลงสาบนี่สิ ไม่ได้กลัวหรอกนะ แต่ให้จับก็ไม่เอาอ่ะ มันเดินเล่นไปมาก็ไม่ได้ว่าไรหรอก แต่ถ้ามันบินขึ้นมานะ ขอลาตายดีกว่า
แต่ไม่เป็นไร ข้อดีมันเยอะกว่าให้อภัย ให้อภัย ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง คนน้อย ไม่วุ่นวาย เพราะใกล้ๆไม่มีโรงแรมหรือที่พักอื่นเลย แถมที่พักเดียวกันนี่ก็มีแค่เราหลังเดียว ถึงคนจะมาพักกันเต็ม ก็ไม่เกิน 10 ครอบครัว สบายๆ คงเป็นเพราะยังไม่ถึงช่วงเที่ยวด้วยมั้ง ถ้าให้มาตอนคนเยอะๆก็ไม่เอาหรอก ขี้เกียจเบียดเสียดทั้งบนถนน ทั้งในที่พัก
พอไปถึงสามสีก็จิตตก สำรวจไปทั่ว และไปจบลงที่หลังตู้เสื้อผ้า แก่ก็แก่แล้ว ยังอุตส่าห์กระโดดขึ้นไปได้เนาะ กว่าจะเอาลงมาได้ ไม่ยอมออกจากห้องเลย ได้ข่าวว่ามันกลัวทะเล ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แมวเมืองหลวงกลัวทะเล
(อ่อ แอบบอกเผื่อใครสนใจ บ้าน 2 ชั้น คืนละ 4,000 บ้านชั้นเดียวคืนละ 2,000 แต่ถ้าเป็นวันธรรมดา 1,600 ถูกสุดๆ คุ้มสัดๆ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆ หนับหนุนๆ ขอสัญญาว่าจะไปอีก ถ้าจำทางได้)

ตอนบ่ายๆไปเดินเล่นชายหาดให้เท้าสัมผัสธรรมชาติบ้าง ให้เท้าเขี่ยทรายเขี่ยน้ำทะเลบ้าง ถ้าใครมาเห็นจะคิดว่าไอ้นี่บ้า แต่เห็นแล้วทนไม่ได้ เสียดายของสวยๆงามๆ เลยเดินเล่นไปเก็บขยะไป แม่ก็มองงงๆว่าไอ้ลูกบ้านี่อยู่บ้านไม่เคยทำความสะอาดบ้าน มาทะเลผีขยันสิงเดินเก็บขยะเฉยเลย เคยบอกแม่ว่า ถ้าไม่ห่วงว่าเดือนๆนึงต้องซื้อซีดีของเด็กๆในสังกัดที่มีเพิ่มขึ้นทุกวันๆ เราจะขอไปทำงานกับกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ขอทำงานเพื่อนสังคม แต่ในเมื่อเรายังต้องใช้เงินซื้อข้าว และเลี้ยงเด็กๆ(ในสังกัด) จึงขอเป็นพวกวัตถุนิยมต่อไป
เดินเล่นแล้วก็กลับมานอนเล่น นอนเฉยๆมันไม่หลับ เลยไปเอาเบียร์มาซดป๋องนึง ได้ผล ปวดหัว ง่วงมาก ขึ้นไปนอนเลย ตื่นมาอีกที 5 โมง แล้วก็ถึงเวลาอาหารเย็น แต่งตัวไปกินข้าวข้างนอก แล้วก็กลับไปตายรัง โรงแรมสายลม ที่เดิม ไม่ไปไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ยที่เนี่ย ห๋ะ ไปอยู่ได้ทุกปี เค้าจำหน้าได้แล้ว คือโรงแรมนี้ไปมาตั้งแต่เด็ก ไปกันทั้งตระกูล แค่เค้าเห็นนามสกุล จากแขกธรรมดาๆก็กลายเป็นแขกชั้นพิเศษขึ้นมาทันที แต่คราวนี้ไปกินข้าวเฉยๆ แล้วก็ไปเดินเล่นที่ตลาดหัวหิน เดินไปเดินมานึกว่าจะมีของพื้นบ้าน แต่...มันก็...นี่มันเหมือนที่กรุงเทพเลยไม่ใช่เหรอ แล้วก็ได้รับคำสารภาพมาจากแม่ค้าร้านนึง "รับมาจากกรุงเทพค่ะ" เราก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา

กลับมาถึงบ้าน 4 ทุ่มกว่าๆได้ ดูทีวี หลังจากที่ไม่ได้ดูมานาน น้องมันดู เราก็ดูไปด้วย หลังอาบน้ำก็พาสามสีลงไปปลดทุกข์ แต่ด้วยความที่มันยังไม่ชินสถานที่ มันเลยฉี่ไม่ออก เอาแต่จะหลบไปอยู่ใต้รถทุกที ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รู้สึกตัวลอยๆ เหมือนโดนยุงหาม เลยลากสามสีขึ้นนอน กว่าจะได้นอนก็ตี 1 ได้ นอนด้วยกันอยู่ดีๆ ตี 4 มันก็ร้อง ตอนแรก บอกตรงๆเลย เห็นเค้าบอกว่าพวกสัตว์เนี่ยมันมักจะเห็น...อ่ะนะ ไอ้เราก็เสียววาบๆ ตอนแรกไม่กล้าลืมตามาดู แต่มันก็ร้องอยู่ได้ เราก็ทำใจกล้า ลืมตาขึ้นมา ถ้าเราเห็นอย่างน้อยก็มีแมวเป็นเพื่อนนี่แหละวะ สรุป ไม่เห็นอะไร แต่คาดว่ามันปวดฉี่ เลยได้แต่ด่าว่า ตอนให้ฉี่เสือกไม่ฉี่ แต่ด้วยความรักแมว เลยลากมันลงไปฉี่ในห้องน้ำ แล้วมันก็ไม่ฉี่อีก ว้อยยยยยยยยยยยยยย แต่พอเอาขึ้นมามันก็หลับดี คงกลัว กลัวมากๆก็จะออกแนวซึมๆ
ง่วงมาก ตื่นมาอีกที 8 โมงกว่า แม่เจ้า กรูนอนวันละ 3-4 ชั่วโมงมาจะอาทิตย์นึงแล้ว ขอกูหยุด ขอพัก ขอนอน แต่แม่ก็มาปลุกด้วยอาการดีใจที่เค้าสามารถไปหาซื้อโจ๊กมาได้ (จากในที่ทุรกันดารเยี่ยงนี้) สรุป ซื้อมาแค่ 2 ถุง ดิชั้น กินโรตีที่ซื้อมาเมื่อคืน แล้วมาปลุกกูทำไม แต่ตื่นแล้ว นอนต่อไม่ไหว เลยไปเดินเล่นชายหาดอีกรอบ เมื่อวานเดินไปทางซ้าย วันนี้ขอไปทางขวา เดินไปถึงสะพานปลาแน่ะ แต่ไปถึงไม่สุด เหตุเป็นเพราะ ไม่ได้ใส่รองเท้าไป เหยียบหินมากๆมันเจ็บ เดินไปไม่ไหว อำลา
และแล้วก็ถึงเวลากลับ 10 โมงอาบน้ำ คืออยากเล่า ตอนแรกน้องอาบก่อน แล้วแม่ก็ตามไป ไอ้เราก็นั่งรอในห้อง รอไปรอมา ไมนานจัง เลยลงไปดู เค้าอาบเสร็จกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อาบเสร็จแล้วไม่บอก นี่ถ้าไม่ลงมาดูคงไม่ต้องอาบน้ำ กลับบ้านเลย เซ็งจิต
นั่งรถกลับ ออกจากที่พัก 11 โมงกว่าๆ นั่งรถไปเรื่อย หลงทางเล็กน้อยพอขลุกขลิก แวะซื้อของฝากกันอีกที เข้าไปในร้าน มีความรู้สึกเหมือนเป็นลูกค้าวีไอพี เดินเข้าไปปุ๊บ อยากได้ไรหยิบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เค้าก็เอาอาหารมาต้อนรับ เอาไอ้โน่นไอ้นี่มาให้ชิม เอาใจสุดฤทธิ์ เค้าไปทีเดียวออกมาเค้าได้กำไรไปตั้งร้านใหม่ได้อีกร้านเลย อะไรจะซื้อเยอะขนาดนั้น แทบไม่มีที่เก็บ คาดว่าอาทิตย์เดียวคงหมด

กลับมาถึงบ้านบ่าย 3 ได้ เหนื่อยมาก นั่งเล่นได้สักพัก ร่างกายมันสะกิดบอกให้ไปพักผ่อนเถอะ เลยขึ้นมานอน ตอน 5 โมงเย็น และตื่นมาอีกที 4 ทุ่ม ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นอนล้างนอนผลาญ เท่านั้นไม่ว่า ตื่นมาอาบน้ำ นอนอีกทีเที่ยงคืนกว่า ตื่นมาอีกที 10 โมงกว่า บ้าไปแล้ว นอนกันแบบเอาให้ตายกันไปข้างนึงเลย
ตอนนี้ตี 1 กว่าแล้ว ยังไม่ง่วงเลย นอนเยอะเกินไป พรุ่งนี้ต้องตื่น 6 โมง โอ้แม่เจ้า จะตายมั้ย

ว่าแล้วก็เอารูปมาให้ดู

ชื่อรีสอร์ท "ภาวิดา"

พอผ่านเข้าประตูไปก็จะเห็น

นี่บ้านที่เราไปพัก

ชื่อว่าบ้าน...


ห้องนอนเรากับน้อง รวมทั้งน้องแมว

นอนเล่นอยู่ใต้ถุน วิวงาม

อันนี้ถ่ายจากห้องแม่กับป๊า


สวยมากๆ


น้องแมวที่น่ารัก กับ น้องสาวที่น่า...


เดินเล่นชายหาดตอนเช้า จับปูได้ด้วย


นี่สะพานปลา


...ขอยืนยันอีครั้งว่า การไปทะเลครั้งนี้ สนุกที่สุด เท่าที่จำความได้เลย....

มุมตอบคอมเมนท์
เมย์ - ชื่อใหม่วง heart เห็นเค้าบอกว่าเป็นตัวภาษาอะไรก็ไม่รู้ แล้วมันอ่านว่าเยี่ยงนั้น ไอ้พวกบ้า // ไปสวิสก็ได้ ไปไหนก็ได้ แค่มีของฝากมาให้เป็นพอ โอเค๊?
กนกธร - อ้าวๆๆๆๆ จะเอาyukiก็ข้ามศพเราไปก่อนเลย อีกไม่นานหรอก ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
จ๊อย - น่ารักๆ ไม่น่ากลัว แต่น่ารักในแบบขอวงเราเนี่ย... // อยากยืมจะไปหาก็โทรบอกก่อนดิวะ จะได้เอาไปให้ ไอ้พวกบ้าชอบมาไม่บอกแล้วก็มาบอกว่าอยากได้นั่นได้นี่ หอยหลอด // มาช่วงนี้สิ โน่อยู่ แต่จะร่าเริงหรือบูด อันนี้ไม่ทราบได้ // ลูบหัวไม่ได้ ได้แต่ตบหัว แล้วลูหลังตาม ได้ป่ะ
อ้อม - ไอ้แอมมันยังมาทำงานเลย มันไปบ่นให้ฟังบ้างเปล่า ร้านเราออกจะใจดีน้า ยังไงแกเรียนจบก็ต้องทำงานอยู่ดี เคยทำมาก่อนแล้วพอไปเจอของจริงจะได้ไปแป่ว ถ้ามาทำงานด้วยกันหลังเลิกงานจะได้ไปกินข้าวด้วยกันต่อได้ ไง คิดใหม่ได้นะ // ไม่มีเวลาไปดู ไว้มีเวลาเยอะๆจะเข้าไปดู
จ๊อย - (อีกที) ไม่ได้ไปงานหนังสือ อยากไป แต่ไม่ได้ไป ไปไม่ได้ ไปไม่ไหว ถ้าไม่ได้ไปทะเลคงไปงานหนังสือ แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ไว้เจอกันนะ